Pattaya
view of the Pattaya City
Directory: ที่เที่ยวพัทยา คลีนิคทำฟัน โรงแรม คลับ ผับ บาร์ ร้านอาหาร แหล่งช๊อปปิ้ง
 

เมืองพัทยา

พัทยาเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทย

 

 

พัทยาไม่ได้เป็นแค่สถานที่ท่องเที่ยวหลักสำหรับคนไทยเท่านั้น แต่ชื่อเสียงของเมืองพัทยายังคงแพร่กระจายไปยังอีกหลาย ๆ ประเทศด้วย นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าพัทยามีแหล่งท่องเที่ยวยามราตรีระดับโลก และยังคงมีแหล่งธรรมชาติอย่างหาดพัทยา หาดจอมเทียน เกาะล้าน ไร่องุ่นซิวเวอร์เลก รวมไปถึงการแสดงเกี่ยวกับวัฒธรรมและขนบธรรมเนียมของความเป็นไทย ความหลากหลายของร้านอาหาร และการกีฬาทั้งทางบกและทางน้ำ เพราะงั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่มีนักท่องเที่ยวมากมายมาที่เมืองพัทยานี้ โดยเฉพาะช่วงพีคซีซั่น (ตุลาคม – มีนาคมโดยประมาณ)    


ประวัติพัทยา

 
King Taksin
ที่มาของชื่อพัทยา
คำว่า “พัทยา” นั้น มีประวัติเล่ากันมาว่า เมื่อ พ.ศ. 2310 ก่อนที่จะเสียกรุงแก่พม่า 2 เดือน พระยาตาก (สิน) ซึ่งขณะนั้นเป็นพระยากำแพงเพชรเห็นว่าถ้าในกรุงศรีอยุธยา ต่อสู้กับพม่าอ่อนแออย่างที่เป็นเช่นนี้ ก็จะต้องเสียกรุงเป็นมั่น จึงคิดหนีไปตั้งตัวใหม่ หาสมัครพรรคพวกได้ประมาณ 500 คน ยกออกจากค่ายวัดพิชัย มุ่งไปทางตะวันออกเฉียงใต้ และได้รบกับพม่าที่ยกติดตามไปถึง 4 ครั้ง จนกระทั่งได้เดินทัพล่วงหน้าไปแขวงเมืองชลบุรี พระยาตาก ไปพักทัพที่บริเวณหน้าวัดใหญ่อินทราราม (ปัจจุบัน) และจึงเคลื่อนทัพมุ่งไปยังจันทบุรี ระหว่างทางได้พักทัพที่บ้านหนองไผ่ (ซึ่งอยู่ด้านหลังสถานีตำรวจภูธรพัทยา ริมถนนสุขุมวิทปัจจุบัน) ตำบลนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2 กล่าวไว้ว่า “ขณะนี้นายกลม เป็นนายชุมนุม” คุมไพร่พลอยู่ที่นั่น คอย สกัดจะต่อรอง และพระยากำแพงเพชรขึ้นขี่ช้างพลาย ถือปืนนกสับรางแดงพร้อมด้วยพลทหารแห่แวดล้อมหน้าหลังตรงเข้าไปในระหว่างพวก พลนายกลม ซึ่งมาสกัดอยู่นั้นด้วยเดชบารมีบันดาลให้นายกลมเกรงกลัวเดชานุภาพวางอาวุธ เสียสิ้น พวกพลทัพเข้าอ่อนน้อมเป็นข้า แล้วนำทัพไปหยุดประทับ ณ ที่มีหนองน้ำ ครั้นรุ่งขึ้นวันอังคาร แรม 6 ค่ำ เดือนยี่ นายกลมจึงนำไพร่พลหมื่นหนึ่ง นำทัพไปถึงตำบลแห่งหนึ่ง หยุดพักแรมเสียคืนหนึ่ง รุ่งขึ้นเดินทัพมาถึงจอมเทียนและทุ่งไก่เตี้ย สัตหีบ หยุดพักแรมแห่งละคืน

ต่อมาตำบลแห่งนั้นชาวบ้านเรียกว่า “ทัพพระยา” และต่อมาเรียกใหม่เป็น “พัทธยา”  มีทั้งตัว ท.ทหาร และตัว ธ.ธง   เนื่อง จากเห็นว่าตรงที่บริเวณพระยาตากมาตั้งทัพนั้นทำเลดี มีลมทะเล ชื่อลมพัทธยา คือลมที่พัดจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในต้นฤดูฝน  จึงเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “หมู่บ้านพัทธยา”   ต่อมาปัจจุบันได้เขียนใหม่เป็น  “พัทยา”

[Ref: info.pattaya.go.th/DocLib1/ประวัติเมืองพัทยา.aspx (Thai)]

สาเหตุที่เมืองพัทยาเป็นที่นิยม
เหตุการณ์สำคัญของเมืองพัทยาได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2502 เมื่อมีรถบรรทุกขนาดใหญ่ของทหารอเมริกันประมาณ 4-5 คัน ได้บรรทุกทหารเต็มคันรถ ประมาณคันละ 100 คน  จากนครราชสีมา    ซึ่งมีฐานทัพของทหารอเมริกันอยู่ที่นั่นมาที่หาดพัทยา และเช่าบ้านตากอากาศของพระยาสุนทร พักอยู่เป็นประจำ  บ้านดังกล่าวอยู่ทางตอนใต้ของหาดพัทยาโดยผลัดกันพักผ่อนเป็นงวดๆ ละ 1 สัปดาห์ และพักอยู่ที่บ้านพักดังกล่าว ด้วยเหตุการณ์เช่นนี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการมาท่องเที่ยวพัทยา และต่อมาพัทยาได้เปลี่ยนจากหมู่บ้านชายทะเลที่สงบ มาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศที่ทันสมัย ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน ก่อนเดือนพฤศจิกายน 2521 พัทยามีฐานะเป็นสุขาภิบาลนาเกลือ ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2499  มีพื้นที่เฉพาะตำบลนาเกลือ ต่อมาได้ขยายเขตไปถึงพัทยาใต้ เมื่อปี 2507 มีพื้นที่ในการปกครองดูแล ประมาณ 22.2 ตารางกิโลเมตร

ข้อมูลทั่วไปของเมือง

 
Pattaya city logo
แต่เนื่องจากพัทยาได้เจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ หน่วย การปกครองที่เป็นสุขาภิบาลอยู่เดิมไม่อาจจะบริหารงาน และให้บริการได้ทันกับความเจริญอย่างรวดเร็วได้ รัฐบาลจึงได้ตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ.2521 ขึ้น ด้วยผลแห่งพระราชบัญญัตินี้ จึงได้ยุบสุขาภิบาลนาเกลือ และได้จัดตั้งเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2521 เป็นรูปการปกครองท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ (City Manager) ผู้จัดการเมือง และให้เมืองพัทยามีฐานะเทียบเท่าเทศบาลนคร กระทั่งรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 มีผลบังคับใช้ ได้กำหนดให้ผู้บริหารท้องถิ่นและสภาท้องถิ่น ต้องมาจากการเลือกตั้ง จึงยกเลิกพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2521 และตราพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการเมืองพัทยา พ.ศ. 2542 บังคับใช้ มีผลตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542 [Ref from Pattaya City Background (Thai language)]

ถนนหลักของเมืองพัทยา

 
สำหรับผู้ที่ไม่เคยมาเมืองพัทยานั้น ก่อนจะมาเมืองพัทยานั้น (ไม่ว่าจะมาด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลหรือว่ารถประจำทาง) อาจจะมีความจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าถนนเส้นหลักนั้นมีอะไรบ้าง เพื่อที่ว่าจะไปยังจุดหมายปลายทางของตนได้ถูกต้อง ซึ่งถนนเส้นหลัก ๆ ที่ต้องจดจำให้ได้นั้นมีอยู่ 7 เส้นด้วยกัน ดังนี้

Pattaya city map
Map of Pattaya City for presenting Pattaya main streets

เส้นแรกเป็นถนนสุขุมวิทที่เชื่อมต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ นอกจากเมืองพัทยาได้ อย่างเช่น ชลบุรี ศรีราชา สัตหีบหรือระยองนั่นเอง เส้นที่สองเป็นเส้นพัทยาเหนือ ซึ่งจะเป็นเส้นหลักเส้นแรกสำหรับเข้าตัวเมืองพัทยา ซึ่งหากเราขับรถเข้ามาในเส้นนี้เราจะพบที่ทำการของเมืองพัทยา เทสโก้โลตัสสาขาพัทยาเหนือ และวงเวียนปลาโลมา ส่วนเส้นถัดมาสำหรับเข้าตัวเมืองพัทยานั้นเราเรียกว่าถนนพัทยากลาง เส้นนี้เราก็จะพบกับบิ๊กซี เอ็กตร้า (เดิมเป็นคาร์ฟูพัทยากลาง) และ ที่ทำการ TOT ก็ตั้งอยู่ที่เส้นนี้เช่นกัน ส่วนเส้นสุดท้ายสำหรับเข้าเมืองพัทยาคือถนนพัทยาใต้ ซึ่งหากคุณเข้าเมืองพัทยาผ่านทางเส้นนี้คุณจะต้องเจอกับบิ๊กซี สาขาพัทยาใต้ที่จุดตัดระหว่างเส้นพัทยาใต้กับเส้นสุขุมวิท พอเข้ามาข้างในถนนพัทยาใต้แล้วก็จะเจอตึกคอมพัทยาอีกแห่งนึงเป็นจุดสังเกตุหลัก

ถัดจากถนนสำหรับเข้าเมืองพัทยามา จะมีถนนอีกสามเส้นหลักที่ขนานกับเส้นสุขุมวิทเชื่อมต่อตั้งแต่พัทยาเหนือถึงพัทยาใต้ เส้นในสุดก็คือถนนพัทยาบีช (ถนนเรียบชายหาด) ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าอยู่ติดกับชายหาดเลย และมีห้างดังอย่างเซ็นทรัลบีช ไมค์ชอ้ปปิ้งมอลล์ และโรยัล กาเด้น พลาซ่าอยู่ติดกับถนนเส้นนี้ สิ่งที่ต้องจำก็คือถนนเส้นชายหาดนี้เป็นวันเวย์จากพัทยาเหนือไปพัทยาใต้ ถัดจากชายหาดขึ้นมาอีกหน่อยจะเป็นเส้นที่สองที่ถูกเรียนว่าสายสอง ซึ่งเป็นถนนวันเวย์เช่นกัน แต่จากพัทยาใต้ไปพัทยาเหนือ ส่วนเส้นสุดท้ายคือสายสามเชื่อมต่อพัทยาเหนือถึงพัทยาใต้เช่นกัน แต่รถสามารถวิ่งได้ทั้งไปและกลับ

Related information

 
พัทยากับการเดินทาง
รูปภาพพัทยา
จุดท่องเที่ยวพัทยา
ที่เที่ยวพัทยากลางคืน
Advertisements

 
 
ประกาศสินค้า บริการ และข่าวสาร ล่าสุด
ดูประกาศทั้งหมด (รวมถึงฝากประกาศ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย)
 
    Pattaya City   Pattaya Music Festival   Amazing Thailand    Tourism Authority of Thailand    Page Space    ChonHub
 
 
© 2008 - 2012 พัทยาคอนเชียส - ข้อมูลเกี่ยวกับเมืองพัทยาและการท่องเที่ยวพัทยา
ติดต่อ: info@pattayaconcierge.com, pattayaconcierge@gmail.com